| ประวัติ
เดิมวัดสันปูเลยเป็นเมืองเก่าแก่ที่ชาวมอญได้มาอาศัยอยู่และเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนา พระเจ้าโป่มะยุง่วน ได้เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองเวียงแก้วที่นี้และมีอยู่มาวันหนึ่งพระมารดาของพระเจ้าโป่มะยุง่วนเกิดประชวรหนักเกิดอาการประหลาดที่ไม่สามารถจะหาสาเหตุได้พระเจ้าโป่มะยุง่วนจึงได้ให้เสนาทหารทั้งหลายออกไปตามหาหมอที่มีความสามารถเชี่ยวชาญทั้งยาสมุนไพรและเรื่องคุณไสย์ต่างๆให้มารักษาอาการประชวรของพระมารดาพระเจ้าโป่มะยุง่วนแต่สุดท้ายอาการของพระมารดาก็ไม่ดีขึ้นจึงได้สัจจะวาจากับพระรัตนะตรัยฟ้าดินได้โปรดจงเป็นพยานขอให้พระมารดาหายจากประชวรหนักนี้จะสร้างพระพุทธรูปใหญ่หนึ่งองค์พร้อมสร้างอารามถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆะบูชา น้อมเป็นบรรณาการถวาย จากนั้นฟ้ารับรู้ถึงสัจจะวาจาของพระเจ้าโป่มะยุง่วน และรู้ถึงการมีความกตัญญูกตเวทีของพระเจ้าโป่มะยุง่วนจึงมีสายฟ้าผ่าลงมาจังนั้นอีกไม่นานพระอาการของพระมารดาพระเจ้าโป่มะยุง่วนก็หายเป็นปกติพระเจ้าโป่มะยุง่วนจึงได้เสียสละทรัพย์สินของพระองค์ให้ทหาเสนาอามาตย์ให้ทรงสร้างพระอารามใหญ่ขึ้นแล้วปั้นพระพุทธรูปประธานในพระมหาวิหารแล้วใส่ชื่อว่าพระเจ้าตันใจ๋ (ทันใจ) นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาและพระอารามแห่งนี้เดิมแต่ก่อนนั้นมีชื่อว่า?วัดสะหลี๋เวียงแก้ว? นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ระยะเวลาผ่านไปวัดสะหลี๋เวียงแก้วได้ร้างไปตามสมัยกาลและในปี พ.ศ. 2280 โดยมีท่านพระครูบาแก้ว รตนปัญโญ ได้มาบุกเบิกสร้างใหม่กับขุนสันปูเลยฤๅเดชได้ปรับปรุงซากเสนาสนะโบราณที่ยังเหลือค้างไว้คือพระพุทธรูปปูนปั้นและซากพระวิหารและต่อมา ณ.ที่บริเวณนี้เป็นที่มีต้นปูเลยเป็นจำนวนมากเวลามีคนเจ็บไข้ไม่สบายเป็นโรคต่างๆ บางคนก็เอาปูเลยมาต้มกินแล้วโรคต่างๆก็หายไปอย่างอัศจรรย์ ทางพ่อน้อยพ่อหนานพ่ออาจารย์ที่ได้ร่ำเรียนวิชาคาถาอาคมก็ย่อมจะใช้ปูเลยแหกเช็ดถูบริเวณร่างกายที่เจ็บปวดแล้วอาการเจ็บปวดนั้นก็หายไปอย่างน่าเชื่อ และบริเวณที่ท่านพระครูบาแก้ว รตนปัญโญ ได้มาเริ่มฟื้นฟูวัดร้างนี้โดยบริเวณรอบๆ เป็นสันเป็นดอนมีแต่ต้นปู-เลยและได้ปรึกษากับท่านขุนสันปูเลยฤๅเดช เจ้าพระยาที่ปกครองในขณะนั้นว่าเราจะตั้งชื่ออารามนี้ว่าอย่างไร จึงตงลงกันว่าจะใส่ชื่อวัดนี้ใหม่ว่าวัดสันปูเลย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ในเวลาต่อมา พระครูบาน้อย เขมปญฺโญ ได้มาทำการบูรณะและสร้างเสนาสนะขึ้นมาใหม่หลายอย่างที่เสื่อมโทรมไปตามกาลสมัยให้งดงามตามที่เป็นที่ประจักษ์กับสายตาศรัทธาสาธุชน ฯ ทั่วไป ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมทำบุญภายในวัดสันปูเลย (สะหลี๋เวียงแก้ว)
ปูชนียวัตถุสำคัญ
พระพุทธรูปพระสิงห์ 1 , พระสิงห์ 2 , พระสิงห์ 3 (พระพุทธรูปไม้)
เจ้าอาวาส
การบริหารการปกครองมีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม 12 รูป ดังนี้
- พระครูบาแก้ว รตนปัญโญ (อธิการ)
- พระครูบาคำแสน เขมวัณฺโณ (อธิการ)
- พระอธิการทวน สุมังคโล (อธิการ)
- เจ้าอธิการอินถา อาภาโส (อดีตเจ้าคณะตำบลสันปูเลย)
- เจ้าอธิการดวงตา รุจิตธัมฺโม (อดีตเจ้าคณะตำบลสันปูเลย)
- พระครูสังฆรักษ์บุญรัตน์ ปุญฺญรโต (อธิการ)
- พระเถาวัลย์ ธัมฺมรโต
- พระจรัญ ยสวัฑฺฒโน
- พระศรีบุตร อภิวัฑฺฒโน
- พระอธิการชัยเดช กิตฺติภัทฺโท (อธิการ)
- พระครูพิชัย โชติปัญฺโญ (อธิการ)
- พระครูบาน้อย เขมปัญฺโญ (อธิการ) ปัจจุบัน ฯ
[แก้] ศาสนสถาน-ถาวรวัตถุ
ภายในวัดสันปูเลยมีเสนาสนะ 1.พระวิหาร 2.พระอุโบสถ 3.ศาลาหลวงมาต๋ามหน้าบุญ 4.พระเจ้าสิงห์หลวง (พระเจ้าใหญ่กลางแจ้ง) 5.ศาลาปฏิบัติธรรมต่างหอพระไตรปิฎก 3 ชั้น ทรงล้านนาประยุกต์ 6.พระมหาเจดีย์ 5 ยอด 7.หอระฆังทรงล้านนาผสมศิลปะพม่า 7.ศาลามาต๋ามหน้าบุญพระยืน (พระครูบาน้อย เขมปัญโญ) 8.ศาลพระมหาฤษีภูภูอ่อง (เสื้อวัดทรงล้านนา)
วิสุงคามสีมา
วัดสันปูเลย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2344 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 70 เมตร
ศาสนสถาน-ถาวรวัตถุ
ภายในวัดสันปูเลยมีเสนาสนะ
- พระวิหาร
- พระอุโบสถ
- ศาลาหลวงมาต๋ามหน้าบุญ
- พระเจ้าสิงห์หลวง (พระเจ้าใหญ่กลางแจ้ง)
- ศาลาปฏิบัติธรรมต่างหอพระไตรปิฎก 3 ชั้น ทรงล้านนาประยุกต์
- พระมหาเจดีย์ 5 ยอด
- หอระฆังทรงล้านนาผสมศิลปะพม่า
- ศาลามาต๋ามหน้าบุญพระยืน (พระครูบาน้อย เขมปัญโญ)
- ศาลพระมหาฤษีภูภูอ่อง (เสื้อวัดทรงล้านนา)
|